องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหาดยาว เป็นเมืองที่น่าอยู่ สิ่งแวดล้อมดี สังคมสงบสุข การบริหารจัดการโปร่งใส เศรษฐกิจดี เน้นประเพณี การพัฒนาด้านการเกษตรทุกรูปแบบ ศิลปวัฒนธรรมและการศึกษาเด่น 

 
 
 สภาพทั่วไปของตำบล
 ความเป็นมาของอำเภอโพนทรายและองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหาดยาว

        เดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำมูลและลำน้ำเสียว ในเขตทุ่งกุลาร้องให้ บริเวณที่ตั้งหมู่บ้านเป็นเนินสูง มีทรายขาวสวยงามมาก ซึ่งเป็นที่มาของ “ โพนทราย ” ขึ้นตรงต่ออำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แต่เนื่องจากเป็นพื้นที่ห่างไกล และการเดินทางไปติดต่อกับอำเภอสุวรรณภูมิ เป็นไปด้วนความยาก ลำบาก ผู้นำชุมชนจึงได้มีการขอแยกเป็นกิ่งอำเภอ ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะตำบลโพนทราย ขึ้นเป็นกิ่งอำเภอโพนทรายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519 และได้ยกฐานะเป็น “อำเภอโพนทราย” เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2532 ยกฐานะเป็นอำเภอตามพระราชกฤษฎีกา เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2532 ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 106 ตอน 83 หน้า 249 -251 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2532 เดิมอำเภอโพนทรายมี 3 ตำบล คือ ตำบลโพนทราย ตำบลสามขา และตำบลศรีสว่าง ต่อมาได้แยกพื้นที่ปกครองเพิ่ม โดยแยกจัดตั้งเป็นตำบลยางคำ (แยกจากตำบลโพนทราย) และตำบลท่าหาดยาว ตามลำดับ โดยตำบลท่าหาดยาวแยกจากตำบลสามขา เมื่อ พ.ศ.2535 ต่อมาในปีพุทธศักราช 2537 จึงได้มีสภาตำบลท่าหาดยาวเป็นครั้งแรก ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 สภาตำบล ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกโดยตำแหน่งได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่บ้านและแพทย์ประจำตำบล รวมกับสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งโดยประชาชนหมู่บ้านละ 2 คน ส่วนคณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย กำนัน เป็นประธาน มีผู้ใหญ่บ้านไม่เกิน 2 คน และสมาขิกสภาอีกไม่เกิน 4 คน เป็นกรรมการ ปีพุทธศักราช 2539 มีประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 16 ธันวาคม 2539 ให้จัดตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล และโอนงบประมาณ ทรัพย์สิน สิทธิ สิทธิเรียกร้อง หนี้ และเจ้าหน้าที่ของสภาตำบลไปเป็นขององค์การบริหารส่วนตำบล โดยให้มีชื่อตามตำบล คือ “องค์การบริหารส่วนตำบลท่าหาดยาว” ปีพุทธศักราช 2542 เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 285 จึงได้มีการกำหนดให้สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลทั้งหมดมาจากการเลือก ตั้ง โดยประชาชนหมู่บ้านละ 2 คน ถ้าตำบลใดมี 1 หมู่บ้านให้มีสมาชิกได้ 6 คน ถ้ามี 2 หมู่บ้าน ให้มีสมาชิกได้หมู่บ้านละ 3 คน และมีคณะกรรมการบริหารมาจากความเห็นชอบของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งมีนายกองค์การบริหารส่วนตำบล 1 คน และรองนายกฯ 2 คน โดยเลือกจากสมาชิกสภาองค์การส่วนตำบล ในปี พ.ศ. 2546 มีการเปลี่ยนชื่อจาก คณะกรรมการบริหารและกรรมการบริหาร เป็น คณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตำบล และจาก ประธานกรรมการ เป็น นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และเปลี่ยนชื่อเรียกจาก ข้อบังคับตำบล เป็น ข้อบัญญัติองค์การบริหารส่วนตำบล ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลท่าหาดยาว มีหมู่บ้านในการปกครอง 10 หมู่บ้าน มีพื้นที่ 53.29 ตารางกิโลเมตร เป็นองค์การบริหารส่วนตำบลขนาดกลาง  
          
ประวัติหมู่บ้าน  หมู่ที่ 1  บ้านปลาคูณ
          จากการสอบถามข้อมูลจากผู้รู้ ทำให้ทราบว่า บ้านปลาคูณ ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2448 โดยเป็นหมู่บ้านขึ้นกับตำบลด่าน  อำเภอสุวรรณภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด แรกเริ่มเดิมที มีนายคง และนายยงค์ เป็นผู้นำชาวบ้าน อพยพมาจากหลายพื้นที่ ทั้งเขต จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดสุรินทร์ โดยมีเรื่องเล่าว่า บริเวณที่เป็นที่ตั้งหมู่บ้านนี้ อยู่ใกล้แหล่งน้ำได้แก่ น้ำกุดฮาง  กุดบักยาง กุดเทา กุดถ่าน รวมทั้งอยู่ติดกับลำน้ำมูล ซึ่งการอยู่ติดลำน้ำ หนองน้ำต่างๆ ทำให้บริเวณนี้มีปลาชุกชุม การทำมาหากินก็สะดวกสบาย ปลาที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านร่วมกันตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านปลาคูณ  ซึ่งมีทั้งปลาค้าว ปลานาง ปลาเซียมดำ ปลาบึ่ง  ปลาคูณ ปลากุ่ม  เป็นต้น
          ในปี พ.ศ. 2450  บ้านปลาคูณได้แยกมาเป็นหมู่ที่ 5 ตำบลสามขา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
          ในปี พ.ศ. 2519  บ้านปลาคูณได้แยกมาเป็นหมู่ที่ 8 ตำบลสามขา  กิ่งอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด
          ต่อมา พ.ศ. 2535 ได้แยกจาก ตำบลสามขา มาเป็นตำบล ท่าหาดยาว โดยแยกบ้านปลาคูณ ออกเป็น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด  โดยมี นายมัย สังบัวดง  เป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกำนันคนแรกของตำบลท่าหาดยาว
 
อดีตผู้ใหญ่บ้าน เท่าที่ทราบชื่อ มีดังนี้
1. นายพิลา  ไม่ทราบนามสกุล
2. นายไส  บุญภา
3. นายสงค์  โพธิ์สระคู
4. นายศิลา  บุญภา
5. นายเลื่อน  วรรณา
6. นายมัย  สังบัวดง  (กำนัน)
7. นายเกษม  บรรเรืองทอง  ผู้ใหญ่บ้านปลาคูณ (หมู่ 9 ) ปี พ.ศ. 2535
ปี 2548  นายมัย  สังบัวดง เกษียณอายุ จึงมีการเลือกตั้ง
หมู่ที่ 1  นายประจวบ  ไชยยงค์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน ปี พ.ศ. 2548
หมู่ที่  9  นายบุญชู คัณทจันทร์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน ปี พ.ศ. 2548
ปัจจุบันมีผู้ใหญ่ บ้าน  ดังนี้
หมู่ที่ 1  นายประจวบ  ไยยงค์ เลือกตั้งวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 อยู่ในตำแหน่ง อายุ 60 ปี เกษียณ ปี 2575
หมู่ที่ 9  นายทองคูณ  พรมสาร เลือกตั้งวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 อยู่ในตำแหน่งวาระ 60 ปี เกษียณอายุ ปี พ.ศ. 2575 
 
ประวัติบ้านม่วงน้อย  หมู่ที่ 2
ประวัติความเป็นมา  บ้านม่วงน้อย ตั้งขึ้นเมื่อประมาณ ปี พ.ศ. 2474 โดยคนกลุ่มแรกที่เข้ามาตั้งบ้าน
อยู่ ณ โนนม่วง หรือโนนป่าโจด คือ คุณพ่อ ชา คุณแม่บู่ วันนา  ซึ่งย้ายมาจากชาวบ้านม่วงมูล  อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ต่อมาก็มีญาติพี่น้อง ย้ายตามมา เช่น คุณพ่อลา ช่วยชู  คุณพ่อทอง ช่วยชู ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งคือ ย้ายมาจาก บ้านกระเดา อำเภอราศีไศล  จังหวัดศรีสะเกษ เช่น คุณพ่อนวน  เกตุด้วง คุณพ่อสี สุระโคตร  และอีกกลุ่ม คือ ย้ายมาจากบ้านปลาคูณ เพราะส่วนใหญ่มาจากบ้านม่วงมูล จึงเรียกว่าบ้านม่วงน้อยทุกวันนี้
          ลักษณะพื้นที่ของบ้านม่วงน้อย  เป็นหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำมูล มีพื้นที่หมู่บ้านทั้งหมด 175 ไร่ เหตุที่มีผู้ย้ายมาตั้งบ้านอยู่บริเวณนี้เพราะเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะปลาแม่น้ำมีจำนวนชุกชุมมาก ตลอดทั้งมีที่ทำกิน จำนวนมาก เหมาะแก่การเกษตรและการประมง การอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานส่วนใหญ่มาจากทางน้ำตามลำแม่น้ำมูลเข้ามา เช่น จากบ้านม่วงมูล อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ และที่เดินเท้าเข้ามา คือ จากบ้านกระเดา อำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ  ด้านการเกษตรมีข้าวเป็นผลผลิตหลัก และปอที่ปลูกอยู่ตามไร่นาทามมูล เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก จะมีพ่อค้าจากอำเภอท่าตูม แล่นเรือมาซื้อถึงหมู่บ้านอยู่เป็นประจำทุกปีเพราะไม่มีถนนผ่าน ที่จะนำสินค้าไปขายได้ ส่วนราคาถึงจะไม่มากนักแต่ประชาชนก็ไม่มีความจำเป็นจะใช้จ่ายอะไร เนื่องจากผู้ที่ย้ายเข้ามามีแต่คนที่มาจากพื้นที่พูดภาษาส่วย  บ้านม่วงน้อยยุคแรกจึงจะได้ยินชาวบ้านพูดภาษาส่วยทั้งหมด  และประเพณีต่างๆ จะคล้ายประเพณีส่วยเป็นส่วนใหญ่
          ในการดด้านการปกครอง บ้านม่วงน้อย แต่ก่อนขึ้นตรงต่อ ตำบลสามขา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นหมู่บ้านขนาดเล็ก มี 5 หลังคาเรือน ในสมัยนั้นขึ้นการปกครองกับบ้านปลาคูณ แต่ก็สามารถมีผู้ใหญ่บ้านปกครองทั้งปลาคูณและม่วงร้อย คือ มีคุณพ่อลา ช่วยชู เป็นผู้ใหญ่บ้านในสมัยนั้น
 
ประวัติหมู่บ้าน  บ้านดอนสัมพันธ์   หมู่ที่  3
          ผู้ที่มาก่อตั้งหมู่บ้านเดิมอยู่บ้านหัวนา  อำเภอพนมไพร  ได้อพยพถิ่นฐานมาทำมาหากินบริเวณหมู่บ้าน ดอนโมง-ดอนสัมพันธ์ ในปัจจุบัน  ตั้งแต่ พ.ศ. 2465 โดยมีบุคคลดังนี้
1. พ่ออ้วน – แม่จันทร์  ไชยโย มาจากบ้านหนองพุก
2. พ่อหล้า-แม่น้อย เพ็งศรี และพ่อนวด หรือพ่อเพียงแก้วกับแม่สิงห์ เป็นผู้เฒ่าติดตามมาด้วยมาจากบ้านหัวนา
3. พ่อมี แม่บุญ ศรีนวล  มาจากบ้านหนองพุก
4. พ่อแอว แม่พรม ลำโกน และครอบครัว มาจากบ้านหัวนา
5. พ่อเพีย แม่สี  มาจากบ้านดอนู่
6. พ่อเสาร์ แม่ทุมมา ดิษฐ์วิเศษ มาจากบ้านหัวนา
7. พ่อบุญพรามห์ แม่คำ ดีชุมแสง  มาจากบ้านหัวนา
8. พ่อชุย แม่แต่ง สูงห้างหว้า มาจากบ้านหัวนา
9. พ่อน้อย แม่น้อย กุลลำโกน มาจากบ้านหัวนา
10. พ่อพิมลาน แม่ลุน โพธิ์สระคู มาจากบ้านเม่า
11. พ่อคูณ  แม่สา  ใจกล้า  มาจากบ้านเม่า

ประวัติหมู่บ้านศรีโพนทอง  หมู่ที่ 4
          บ้านโพนทอง ได้ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน จากภูมิหลังความเป็นมาที่ผู้สูงอายุในหมู่บ้านได้เล่าสืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ได้ปรากฏหลักฐานประมาณว่าบ้านโพนทองได้ก่อตั้งมาราว 130 ปี นับแต่ พ.ศ. 2422 ก็ได้มีผู้อพยพมาตั้งหลักปักฐานแล้ว ผู้สูงอายุได้เล่าประวัติบ้านโพนทองสืบทอดต่อกันมาว่า  เดิมบริเวณนี้มีสภาพเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์จึงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีพรานชื่อ ทอง ได้มาล่าสัตว์ตามทุ่งตามป่าบริเวณนี้และได้เสียชีวิตลงที่โนนแห่งนี้ เป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมาถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ต่อมาในช่วงฤดูแล้งของปีหนึ่งได้มีชาวบ้านจากบ้านโต่น (บ้านเด่นราษฎร์ในปัจจุบัน) คือพ่อพิมพ์ แม่น้อย ไชยา พ่ออิน แม่บู่ สุภาโภชน์ ได้ชักชวนกันมาค้างคืนหาปลาที่กุดฮาง บ้านปลาคูณและแม่น้ำมูล ซึ่งพ่อพิมพ์และแม่น้อยได้นำแม่หล้า ศรีไศล ซึ่งขณะนั้นยังเด็กอยู่มาด้วย ทางด้านพ่อพิมพ์และแม่น้อยก็ช่วยกันหาปลาได้มากมาย จึงพิจารณากันเห็นว่าบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีที่ดอนใกล้ป่าทามมูล  น้ำท่วมไม่ถึงและบริเวณที่ใกล้กันมีอยู่ 3 โนน คือ โนนโพนทอง โนนโพนฝ้าย และโนนส่วนพ่อใหญ่บุตร จึงได้เลือกเอาโนนพ่อใหญ่บุตร เป็นทำเลที่ตั้งหมู่บ้าน และได้ตั้งชื่อตามชื่อนายพรานว่า บ้าน พรานทอง 
          ต่อมามีครอบครัวที่เป็นญาติพี่น้องได้อพยพมาเรื่อยๆ มีจำนวนประมาณ 10 ครอบครัว จึงได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น “บ้านโพนทอง” ซึ่งบ้านโพนทองได้ขยายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ได้แบ่งออกเป็น 2 คุ้ม คือ คุ้มใหญ่  คุ้มน้อย ความเจริญเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชนทำให้ยากแก่การปกครองจึงได้แบ่งแยกหมู่บ้านออกเป็น หมู่ที่ 4  บ้านศรีโพนทอง  หมู่ที่ 6 บ้านโพนทอง  ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติหมู่บ้านดอนโมง หมู่ที่ 5
          บ้านดอนโมงเดิมบ้านดอนโมง หมู่ที่ 10 ตำบลสามขา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ก่อตั้งหมู่บ้านดอนโมงเมื่อปี พ.ศ. 2440 ผู้ที่มาก่อตั้งบ้านดอนโมงมาจากหลายท้องถิ่นหลายหมู่บ้านที่ย้ายมาตั้งหลักปักฐานเป็นหมู่บ้านดอนโมงโดยมีบุคคลมาก่อตั้งต่อไปนี้  ครอบครัวที่ 1 คุณปู่อ้วน คุณปู่จันทร์ ไชยโยมาจากบ้านหนองพุก ครอบครัวที่ 2 คุณปู่หล้าคุณย่าน้อย เพ็งศรีและคุณปู่หนวดชื่อจริง คุณปู่เพียงแก้วกับคุณย่าลำ ซึ่งเป็นผู้เฒ่าตามมาอยู่ด้วยมาจากบ้านหัวนา  ครอบครัวที่ 3 คุณปู่มี คุณย่าบุญ ศรีนวลมาจากบ้านหนองพุก ครอบครัวที่ 4 คุณปู่แอว คุณย่าผมมาจากบ้านหัวนา  ครอบครัวที่ 5  คุณปู่เพียงแก้ว คุณย่าทองสี มาจากบ้านดอนดู่ ครอบครัวที่ 6 คุณปู่เสาร์ คุณย่าทุมมา ดิษฐวิเศษมาจากบ้านหัวนา  ครอบครัวที่ 7 คุณปู่บุญพลาม คุณย่าดำดีชุมแสง มาจากบ้านดอนดู่  ครอบครัวที่ 8 คุณปู่ซุยคุณย่าแตง  สูงห้างหว้ามาจากบ้านหัวนา  ครอบครัวที่ 9 คุณปู่น้อยคุณย่าน้อย กุลลำโกนมาจากบ้านหัวนาครอบครัวที่ 10 คุณปู่พิมลาน  คุณย่าลุน  โพธิ์สระคู มาจากบ้านเม่า  ครอบครัวที่ 11 คุณปู่คูณ คุณย่าสีดา ใจกล้ามาจากบ้านเม่า ประวัติย่อพอสังเขปของบ้านดอนโมง  ปัจจุบันบ้านดอนโมง หมู่ที่ 5 ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด ห่างจากตัวอำเภอโพนทราย 14 กิโลเมตร มีเนื้อที่ตั้งบ้าน 280 ไร่

ประวัติหมู่บ้านโพนทอง  หมู่ที่ 6
          บ้านโพนทอง ได้ปรากฏหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน จากภูมิหลังความเป็นมาที่ผู้สูงอายุในหมู่บ้านได้เล่าสืบทอดต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ได้ปรากฏหลักฐานประมาณว่าบ้านโพนทองได้ก่อตั้งมาราว 130 ปี นับแต่ พ.ศ. 2422 ก็ได้มีผู้อพยพมาตั้งหลักปักฐานแล้ว ผู้สูงอายุได้เล่าประวัติบ้านโพนทองสืบทอดต่อกันมาว่า  เดิมบริเวณนี้มีสภาพเป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์จึงมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก มีพรานชื่อ ทอง ได้มาล่าสัตว์ตามทุ่งตามป่าบริเวณนี้และได้เสียชีวิตลงที่โนนแห่งนี้ เป็นที่เล่าขานสืบต่อกันมาถึงเรื่องความอุดมสมบูรณ์แห่งนี้ ต่อมาในช่วงฤดูแล้งของปีหนึ่งได้มีชาวบ้านจากบ้านโต่น (บ้านเด่นราษฎร์ในปัจจุบัน) คือพ่อพิมพ์ แม่น้อย ไชยา พ่ออิน แม่บู่ สุภาโภชน์ ได้ชักชวนกันมาค้างคืนหาปลาที่กุดฮาง บ้านปลาคูณและแม่น้ำมูล ซึ่งพ่อพิมพ์และแม่น้อยได้นำแม่หล้า ศรีไศล ซึ่งขณะนั้นยังเด็กอยู่มาด้วย ทางด้านพ่อพิมพ์และแม่น้อยก็ช่วยกันหาปลาได้มากมาย จึงพิจารณากันเห็นว่าบริเวณนี้มีความอุดมสมบูรณ์ มีที่ดอนใกล้ป่าทามมูล  น้ำท่วมไม่ถึงและบริเวณที่ใกล้กันมีอยู่ 3 โนน คือ โนนโพนทอง โนนโพนฝ้าย และโนนส่วนพ่อใหญ่บุตร จึงได้เลือกเอาโนนพ่อใหญ่บุตร เป็นทำเลที่ตั้งหมู่บ้าน และได้ตั้งชื่อตามชื่อนายพรานว่า บ้าน พรานทอง 
          ต่อมามีครอบครัวที่เป็นญาติพี่น้องได้อพยพมาเรื่อยๆ มีจำนวนประมาณ 10 ครอบครัว จึงได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านใหม่เป็น “บ้านโพนทอง” ซึ่งบ้านโพนทองได้ขยายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ได้แบ่งออกเป็น 2 คุ้ม คือ คุ้มใหญ่  คุ้มน้อย ความเจริญเข้าสู่หมู่บ้านและชุมชนทำให้ยากแก่การปกครองจึงได้แบ่งแยกหมู่บ้านออกเป็น หมู่ที่ 4  บ้านศรีโพนทอง  หมู่ที่ 6 บ้านโพนทอง  ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

ประวัติหมู่บ้านโนนสูง  หมู่ที่ 7
          บ้านโนนสูงเป็นหมู่บ้านที่มีพื้นที่ราบลุ่ม ทิศเหลือติดเขตบ้านแสบงตาก ทิศใต้ติดเขตบ้านจานเตย  ทิศตะวันออกติดกับเขตบ้านดอนโมง ทิศตะวันตกติดเขตบ้านโพนดวน บ้านโพนนางาม พื้นที่ส่วนมากทำการเกษตร

ประวัติหมู่บ้านหนองพลับ หมู่ที่ 8
          บ้านหนองพลับอพยพมาจากบ้านหนองฮี  อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด  จำนวน 4 ครอบครัว ประกอบด้วย 1 นางสิงห์ หมื่นขันธ์  2. นายโท  ผานัด 3. นายสา  ชินศรี  4. นายน้อย เชื้อจิต  สถานที่ตั้งหมู่บ้านมีหนองน้ำ 1 แห่ง และมีต้นพลับ 1 ต้น จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านหนองพลับจนถึงปัจจุบันและประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและมีเขตพื้นที่ติดต่อดังนี้
          ทิศเหนือ                   ติดกับ   บ้านหนองพลับใหม่  ตำบลท่าหาดยาว
          ทิศใต้                       ติดกับ   บ้านเกาะแก้ว ตำบลสามขา
          ทิศตะวันออก             ติดกับ   ตำบลสามขา
          ทิศตะวันตก               ติดกับ    บ้านโพนทอง  ตำบลท่าหาดยาว

ประวัติบ้านปลาคูณหมู่ที่ 9
        จากการสอบถามข้อมูลจากผู้รู้ ทำให้ทราบว่า บ้านปลาคูณ ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2448 โดยเป็นหมู่บ้านขึ้นกับตำบลด่าน  อำเภอสุวรรณภูมิ  จังหวัดร้อยเอ็ด แรกเริ่มเดิมที มีนายคง และนายยงค์ เป็นผู้นำชาวบ้าน อพยพมาจากหลายพื้นที่ ทั้งเขต จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดสุรินทร์ โดยมีเรื่องเล่าว่า บริเวณที่เป็นที่ตั้งหมู่บ้านนี้ อยู่ใกล้แหล่งน้ำได้แก่ น้ำกุดฮาง  กุดบักยาง กุดเทา กุดถ่าน รวมทั้งอยู่ติดกับลำน้ำมูล ซึ่งการอยู่ติดลำน้ำ หนองน้ำต่างๆ ทำให้บริเวณนี้มีปลาชุกชุม การทำมาหากินก็สะดวกสบาย ปลาที่มีอย่างอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านร่วมกันตั้งชื่อหมู่บ้านนี้ว่า บ้านปลาคูณ  ซึ่งมีทั้งปลาค้าว ปลานาง ปลาเซียมดำ ปลาบึ่ง  ปลาคูณ ปลากุ่ม  เป็นต้น
          ในปี พ.ศ. 2450  บ้านปลาคูณได้แยกมาเป็นหมู่ที่ 5 ตำบลสามขา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด
          ในปี พ.ศ. 2519  บ้านปลาคูณได้แยกมาเป็นหมู่ที่ 8 ตำบลสามขา  กิ่งอำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด
          ต่อมา พ.ศ. 2535 ได้แยกจาก ตำบลสามขา มาเป็นตำบล ท่าหาดยาว โดยแยกบ้านปลาคูณ ออกเป็น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 9 ตำบลท่าหาดยาว อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด  โดยมี นายมัย สังบัวดง  เป็นผู้ใหญ่บ้าน และเป็นกำนันคนแรกของตำบลท่าหาดยาว
 อดีตผู้ใหญ่บ้าน เท่าที่ทราบชื่อ มีดังนี้
1. นายพิลา  ไม่ทราบนามสกุล
2. นายไส  บุญภา
3. นายสงค์  โพธิ์สระคู
4. นายศิลา  บุญภา
5. นายเลื่อน  วรรณา
6. นายมัย  สังบัวดง  (กำนัน)
7. นายเกษม  บรรเรืองทอง  ผู้ใหญ่บ้านปลาคูณ (หมู่ 9 ) ปี พ.ศ. 2535
 ปี 2548  นายมัย  สังบัวดง เกษียณอายุ จึงมีการเลือกตั้ง
หมู่ที่ 1  นายประจวบ  ไชยยงค์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน ปี พ.ศ. 2548
หมู่ที่  9  นายบุญชู คัณทจันทร์  เป็นผู้ใหญ่บ้าน ปี พ.ศ. 2548
 
ปัจจุบันมีผู้ใหญ่ บ้าน  ดังนี้
หมู่ที่ 1  นายประจวบ  ไยยงค์ เลือกตั้งวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 อยู่ในตำแหน่ง อายุ 60 ปี เกษียณ ปี 2575
หมู่ที่ 9  นายทองคูณ  พรมสาร เลือกตั้งวันที่ 4 พฤษภาคม 2553 อยู่ในตำแหน่งวาระ 60 ปี เกษียณอายุ ปี พ.ศ. 2575 
 
ประวัติหมู่บ้านหนองพลับใหม่ หมู่ที่ 10
          ประวัติความเป็นมา  บ้านหนองพลับใหม่ แยกจากบ้านหนองพลับ หมู่ที่ 8 เมื่อปี พ.ศ. 2524 เนื่องด้วย การเพิ่มขึ้นของประชากร ประกอบการขยายอาคาร บ้านเรือนมาปลูกสร้างในพื้นที่ที่ดินของตนเองและแยกมาปลูกสร้างในที่ทำนา  โดยความเห็นชอบของฝ่ายปกครอง ทางราชการจึงได้เห็นชอบให้แยก  หมู่ 10 เรียกชื่อว่า บ้านหนองพลับใหม่
 
 
 
 
 
 
 

การเรียนรู้ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ : พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ยกระดับเจตจำนงทางการเมือง
สาระดีๆจากศาลปกครอง
สาระดีๆจากศาลปกครอง
เช็คเมล์
facebook
ร้องเรียน/ร้องทุกข์
คู่มือประชาชน
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
สถานที่น่าสนใจ
เข้าระบบ
เช็คเมลล์
ติดต่อ
เดลินิวส์
สำนักนายกรัฐมนตรี
กรมการค้าภายใน
อุตุ
กพ
กรมส่งเสริมปกครอง
กรมพัฒนาชุมชน
สขร
กระทรวงมหาดไทย
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
ไทยรัฐ
สสส
จัดซื้อจัดจ้าง
otop